วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เดียวดายในงานวัด

เธอเดินอยู่ในงานวัด
ในงานวัดมีปลาหมึกย่าง ไข่นกกระทาทอด ปาเป้า ชิงช้าสวรรค์ เวทีลูกทุ่ง และงิ้ว






































งิ้ว?











เวทีงิ้วเล็ก ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร
บนนั้นมีอุปรากรอยู่ 5-6 ชีวิต สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนออกมาหน้าม่าน

หน้าเวทีมีเก้าอี้พลาสติกกองเป็นชั้นย่อมๆ อยู่ 3 กอง
มีป้าแก่ๆ นั่งดูอยู่ 1 คน มีลุงหน้าไทยนั่งอยู่ข้างเวที

เธอเดินผ่านเวทีงิ้ว หยุดมอง แล้วเดินผ่านไป





เดินผ่านไป






เดินผ่านไป







...






ชะงักและไม่แน่ใจ







...








เธอตัดสินใจเดินย้อนกลับไป และพบว่าหน้าเวทีมีเก้าอี้ว่างวางอยู่ 2 ตัว
ป้าคนนั้นหายไปแล้ว


เธอนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งและดูงิ้วเบื้องหน้า
นักแสดงบนเวทีเหลือบมองเธอ
เธอจ้องมองกลับไป


อุปรากรคนแล้วคนเล่าเดินเข้าออกในฉาก
ฟาดฟันกระบองใส่กัน
และพ่นภาษาจีนออกมาเป็นชุด


เธอไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว
แต่ก็ยังนั่งดูต่อไป






ดูต่อไป








ดูต่อไป






5 นาทีต่อมา อุปรากรทั้งคณะออกมาคำนับผู้ชม
เธอ?
เพียงคนเดียว?








...








นักแสดงทั้งหมดออกมาคำนับผู้ชมเพียงคนเดียว
และค่อยๆ ทยอยเดินออกจากฉากไป













...













เธอจำได้เลือนรางว่า ตอนเด็กๆ เคยนั่งตักอากงดูงิ้วอยู่หน้าโทรทัศน์
นั่งดูแม้จะฟังไม่ออก เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ อากง
พอนึกขึ้นได้แบบนี้ ก็นึกเสียใจที่ 20 ปีผ่านไป...เธอก็ยังดูงิ้วไม่เป็นเหมือนเดิม




นึกเสียใจที่มีเวทีงิ้วตั้งอยู่ในวัด...อุปรากรจีนที่ไม่มีใครดู
แม้ไม่มีใครดู แต่การแสดงก็ยังดำเนินต่อไป... ต่อไป...




ไม่มีการเรี่ยไรเงินค่าชมหลังการแสดงจบ
...คงเป็นการจ้างมาแสดงประกอบงานวัด...












...















เริ่มเก็บเวทีแล้ว
เธอจึงเดินจากเวทีงิ้วมา
งิ้วที่ไม่มีใครต้องการ
งิ้วที่มีนักแสดงหลายชีวิตอยู่บนนั้น
หลายชีวิตที่ต่างทำหน้าที่ของตนเอง...แม้จะไม่มีคนดูเลยก็ตาม




เธอจึงดีใจที่ได้นั่งดูอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้จะฟังไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว










...











เพราะนักแสดงต้องการผู้ชม
ไม่ว่าจะแสดงอะไรก็ตาม แต่การแสดงนั้นก็ต้องการผู้ชม
แม้จะมีผู้ชมเพียง 1 คน ก็ถือว่ามีผู้ชม