วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Whisper of The Winter Wind

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเขาชอบฤดูร้อน


สำหรับเขาแล้ว แสงแดดจัดจ้าและเหงื่อที่ไหลซึมผ่านแนวแผ่นหลังทำให้เขารู้สึกดีกว่าอากาศ เย็นเป็นไหนๆ มันทำให้เขารู้สึกถึงความมีชีวิตที่ซึมออกมาจากทุกอณูของรูขุมขน วันวานเต็มใจนักที่จะเดินออกไปเลือกซื้อซีดีเพลงตามแหล่งต่างๆท่ามกลางแดด ร้อนเปรี้ยง เขาใส่เพียงเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขาสั้นสบายๆสักตัว หมวกแก๊ปหนึ่งใบ และเดินผ่านผู้คนมากมายในเวลาเที่ยงวัน เพื่อที่จะนอนฟังเพลงเหล่านั้นอย่างมีความสุขในเวลาเที่ยงคืน โดยมีเพียงพัดลมตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเตียงนัก ขณะที่หน้าต่างก็เปิดรับลมร้อนอ้าวผสานไอเย็นจากแสงจันทร์ที่ส่องสว่างกระจ่างสายตายิ่งกว่าฤดูไหนๆ


วันวานจะนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงยับยู่ยี่ บางทีก็พลิกตัวนอนหงายและเหลือบตามองรอยเปื้อนบนเพดานที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร บางครั้งก็จะทะลึ่งพรวดขึ้นและเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง บางทีก็หยุดชะงักที่ริมหน้าต่างบานไม้และทำท่าคล้ายกับเงี่ยหูฟังอะไร บางอย่าง


เขากำลังฟังเพลงที่ดังอยู่ในห้องเขานั่นแหละ


คนละแวกนั้นรู้ดีว่าผู้ชายผอมบางอย่างวันวานนั้นแข็งแกร่งกว่ารูปลักษณ์ภายนอก มากนัก ภาพที่เขาเดินยกลังใส่ซีดีเปื้อนฝุ่นเก่าคร่ำคร่าออกมาทำความสะอาดกับพื้น ร้านเป็นภาพที่เจนตาคนทั่วไป เฝ้าร้านบ่อยๆเข้าก็เริ่มเบื่อ วันวานจึงมักจะเดินไปซื้อน้ำอัดลมที่ถูกแช่เย็นจัดจนเป็นวุ้นจากอาแปะร้าน ข้างๆ เลยเถิดนั่งเล่นหมากรุกกับแกไปก็หลายครั้ง กว่าจะรู้ตัวว่าลูกค้ารอจ่ายเงินค่าซีดีอยู่ก็ผ่านไปโขแล้ว แต่น่าแปลกที่ร้านของเขาไม่มีเรื่องลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นเลยสักครั้ง บางทีอาจเป็นเพราะห้องแถวสองคูหาที่เปิดโล่งไม่มีภาพศิลปินนักร้องมาแปะตาม กระจกที่ทำให้คนภายนอกสามารถรู้ความเป็นไปในร้านได้อย่างดี หรือบางทีอาจเป็นเพราะไม่มีอะไรซีดีแผ่นไหนที่มีราคาค่างวดมากมายนัก หรือบางทีมันอาจจะไม่เกี่ยวกับอะไรเลยก็ได้

แต่ที่แน่ๆ คือทุกคนที่เดินเข้ามาในร้านขายซีดีของวันวานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ร้านของเขาให้ความรู้สึกเหมือนเดินฟังเพลงอยู่ในบ้านเพื่อน และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ร้านของเขายังคงอยู่รอดมาได้เรื่อยๆ ทั้งที่ร้านของเขานั้นไม่สวย ไม่หรู บางมุมยังแอบมีฝุ่นเทาจับบางๆ ด้วยซ้ำ

และตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ในเคาน์เตอร์ในมือของเขานั้นมีลิสต์รายชื่อเพลงที่ลูกค้าขาประจำไถ่ถามให้เขาหามาประดับร้าน สายตามองออกไปยังแดดภายนอกที่ลดความจัดจ้านลงอย่างเห็นได้ชัด วันวานมองแดดนั้นและรู้สึกแปลกๆ ...บางทีอาจเป็นลางสังหรณ์ เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นในร้านขายซีดีแห่งนี้ คิดได้เท่านั้นก็ชะงักและสงสัยว่าทำไมตัวเองจึงคิดอะไรเช่นนี้ออกมา วันวานส่ายหัวกับความรู้สึกแปลกๆ ที่มันคงเป็นแค่เรื่องไร้สาระ และเดินออกไปผลักประตูร้านอย่างไม่มีเหตุผล


สายลมหนาวพัดวูบเข้ามาต้องผิวทันที


เขาถูแขนอย่างไม่ชอบใจ แอร์ในร้านว่าเย็นแล้ว หากสายลมของฤดูหนาวแบบนี้แหละที่เย็นยิ่งกว่า มันเป็นความเย็นที่ชำแรกเข้าไปในเนื้อหนัง ทำให้ริมฝีปากเริ่มแตกเป็นขุย และทำให้ผู้ชายอย่างเขารู้สึกเหงาอย่างไม่มีสาเหตุ วันวานมองใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นหน้าร้านแล้วเดินไปหลังร้าน หยิบไม้กวาดทางมะพร้าวออกมา ก่อนจะเริ่มกวาดเอาๆ

เขารู้ดีว่ากำลังหาเรื่องลงมือกวาดพื้นเพื่อไล่ความรู้สึกบางอย่างที่เกาะกินใจตลอดมา ...ความรู้สึกที่เรียกว่า ความว่างเปล่า

เขาไม่รู้ตัวเลยว่านาทีที่เขาออกไปหน้าร้าน มีใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน


วันวานกวาดอยู่อย่างนั้นสักพักก็กอดอกยืนมองพื้นที่สะอาดเอี่ยมอย่างพอใจ เขาพิงไม้กวาดไว้ที่ริมประตูและเดินผิวปากเข้าไปหลังเคาน์เตอร์เหมือนเดิม หยิบลิสต์เพลงที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาดูก่อนจะพยายามเรียงความคิดในหัวว่ายัง ขาดซีดีแผ่นไหนบ้าง พลันจมูกก็ได้กลิ่นของอะไรบางอย่าง ...วันวานชะงัก สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่แผ่นกระดาษนั้น หากประสาทสัมผัสทำให้เขารู้ว่ามีใครบางคนอยู่ในร้าน ...บางทีอาจจะเป็นลูกค้า ...และน่าจะเป็นผู้หญิง ...มันเป็นกลิ่นซิตรัสที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ริมทะเลกลางแสง แดดเปรี้ยงปร้างอย่างที่เขาชอบไม่มีผิด ...รอยยิ้มกระตุกที่มุมปาก เขานึกแปลกใจว่าลูกค้าคนนี้เข้ามาในร้านตอนไหน ...บางทีเขาอาจจะมัวยุ่งอยู่กับใบไม้เพลินจนลืมสังเกตก็เป็นได้ เขาคิดอย่างนั้นได้ก็หันกลับไปจดจ่อกับกระดาษเหมือนเดิม


กลิ่นซิตรัสนั้นยังคงวนเวียนอยู่แถวๆปลายจมูกตลอดเวลา


แด่เธอ ...ผู้เป็นทุกอย่าง จะมีฉันรอคอยเดินร่วมทาง ...ฝันคงไม่ไกล

แต่เธอ ...จืดจางหายเลือนลางเปลี่ยนไป

เส้นทางฝันของฉันจบลง

นาน ...แม้จะนาน


เสียงใสนั้นทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นในทันที สุดกำแพงนั้นปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งถือซีดีของพาราดอกซ์อยู่ในมือ เธอโยกหัวไปมาอย่างเพลิดเพลิน เท้าก็เคาะพื้นไปด้วย ชายกระโปรงสีเหลืองของเธอปลิวไปมาน้อยๆราวกับต้องลม วันวานอึ้งอยู่กับที่ เขากำลังแปลกใจกับภาพตรงหน้าสุดๆ ...ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ร้องเพลงขึ้นมาอย่างไม่ลังเล สุ้มเสียงนั้นกังวานสดใส และดูกำลังอินกับเพลงเอามากๆ ...แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจที่สุดก็คือเธอร้องขึ้นมาทั้งๆที่เพลง ที่เขาเปิดในร้านตอนนี้ไม่ใช่เพลงที่เธอกำลังร้อง


และโดยไม่ทันตั้งตัว เธอหันกลับมามองราวกับได้ยินเสียงในความคิดเขา ริมฝีปากบางของเธอยังคงร้องเพลงอยู่อย่างนั้น วันวานรู้ดีว่ากล้ามเนื้อบนใบหน้าเขาคงกำลังทำงานหนักมาก เขากำลังทำหน้าไม่ถูกและได้แต่ยืนพูดไม่ออกอยู่อย่างนั้น ขณะที่หญิงสาวค่อยๆเดินตรงมาที่เขาและยื่นซีดีในมือให้


แผ่นนี้ค่ะ

ครับ

คุณน่าจะเปิดประตูร้านนะ รู้ไหม ข้างนอกนั่นอากาศดีจะตาย


เขาชะงักและมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ นอกจากเธอจะกล้าร้องเพลงออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำ เคาะเท้าไปตามจังหวะ โยกหัวอย่างเพลิดเพลินราวกับไม่รู้สึก --- บางทีอาจจะไม่สนใจ --- ว่ายังมีเขาอยู่ในร้าน เธอยังแนะนำให้เขาปิดแอร์และเปิดประตูร้านรับอากาศข้างนอกแทน??! หากความสงสัยของเขานั้นไม่มีคำตอบ หญิงสาวเพียงรับเงินทอนและซีดีจากมือเขา ก่อนจะผลักประตูแล้วเดินออกจากร้านไป


วันวานยืนมองประตูที่ค่อยๆปิดลง หญิงสาวเดินลับสายตาไปแล้ว แอร์ในร้านดูเย็นเฉียบขึ้นมามากกว่าครั้งไหนๆ หากวันวานไม่สนใจ เขานั่งลงช้าๆและมองไปยังที่ที่เธอเคยยืนโยกหัวอยู่




แดดด้านนอกนั้นทอแสงจางๆ







กลิ่นซิตรัสนั้นยังคงเจือจางบางเบาอยู่ในอากาศ

ไม่มีความคิดเห็น: