วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

อยากให้คุณหน้าแมว

Wednesday, June 8, 2011


ฉันกำเชือกไว้ในมือและมองไปข้างหน้า

ภาพที่เห็นคือสะพานแขวนซึ่งแกว่งแรงขึ้นทุกย่างก้าว ปลายสะพานอยู่ที่ไหนไม่ปรากฏ

หมอกขาวขุ่นเข้มอบอวล ไร้กลิ่นอันตราย ไร้ความรู้สึกเป็นมิตร

เชือกนี้ถูกส่งมาจากอีกฟากฝั่งซึ่งเป็นที่ไหนฉันเองก็ไม่รู้

อันที่จริงแล้ว ... ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

ฉันมองลงไปเบื้องล่างและมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสีขาว

ฉันมองกลับหลังและพบว่าเชือกที่กำอยู่นี้หายไปกับหมอกขาวเช่นเดียวกับทางข้างหน้า

มันคือตรงกลาง ฉันรู้สึกมึนงง

ซ้ายหรือขวา? หน้าหรือหลัง?

ทางไหนดี?

ฉันปล่อยมือจากเชือกและนั่งลงกับพื้นสะพาน

เชือกสั่นน้อยๆเมื่อถูกปลดปล่อยจากการเกาะกุม...



Tuesday, June 28, 2011 10.20 am


เช้านี้ฉันตื่นขึ้นมาทั้งที่นาฬิกายังไม่ได้ปลุก

เมื่อคืน ฉันหลับไปพร้อมกับความรู้สึกชิงชัง เช้านี้จึงตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกย่ำแย่

ฉันเอื้อมมือไปหยิบมือถือที่วางอยู่ข้างหมอน ตัวเลขบนหน้าจอบอกว่ามันเพิ่ง 7 โมงเช้า

ทั้งที่ยังคงงัวเงียและยังลืมตาไม่เต็มที่ ฉันเช็ค notification ใน Facebook

มี note tag มาจากเพื่อนคนหนึ่ง

อ่านแค่ประโยคแรก ฉันก็เริ่มรู้สึกไม่ดี


มันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ฉันเคยรู้สึกราว 4 ปีก่อน ในวันที่ฉันกับเขาต่างนั่งอยู่ปลายสายของโทรศัพท์

ตอนนั้น ฉันพยายาม remind ให้เขานึกย้อนกลับไปว่าก่อนหน้านั้น เขาเคยมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขได้ยังไง

"ผมเป็นคนความจำสั้น ผมจำไม่ได้แล้ว"

บทสนทนายาวนานกินเวลาเป็นชั่วโมง แต่ในที่สุดเขาก็จำได้

น้ำเสียงเขาสดใสขึ้น เขาบอกว่า เขาจะพยายามทำให้ได้


การมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขและมีความหวังมันไม่ใช่เรื่องยาก

ปัญหาคือมันถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเกินไปนิด

แต่มันพังได้ฉันใด เราก็สร้างใหม่ได้ฉันนั้น

และไม่มีใครในโลกนี้สามารถทำให้เรามีความสุขได้ ความสุขมันเกิดมาจากในใจเราเอง

ทุกสิ่งภายนอกเป็นเพียงองค์ประกอบ


... ... ...


แล้วหลังจากนั้นอีกเป็นปี

หลังจากที่ฉันไม่ได้ข่าวคราวจากเขาเลย

ฉันก็มีโอกาสได้อ่านงานเขียนชิ้นหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกชาไปทั้งตัว

แน่นอน เขาเป็นคนเขียน


หลังจากนั้นเราได้คุยกันอีกครั้ง

เรื่องราวมากมายพรั่งพรูออกมาราวทำนบเขื่อนมลาย

เขาทำร้ายตัวเองอีกแล้ว

บาดแผลเริ่มสมานตัว

แต่มันทิ้งรอยลึกไว้ที่เขา

รอยนั้นมันอาจจางไป แต่มันไม่มีวันหายไป


... ... ...


ผมนั่งดูรูปในกล้อง

ในกล้องมีรูปแม่กำลังยิ้มอยู่

ในกล้องมีแมว

ผมมองรูปแมวที่บ้าน

แล้วรู้สึกว่าพวกมันช่างน่ารักเหลือเกิน


... ... ...


แล้วเขาก็รู้สึกขึ้นมาว่าเขาจะหายไปไหนไม่ได้

จะทอดทิ้งตัวเอง ทอดทิ้งทุกคนและทุกสิ่งที่มีค่ากับชีวิตเขาไม่ได้

หลังจากวิ่งอย่างไร้ทิศมานาน

เขาจะกลับไป


... ... ...


นี่เป็น 1 ในหลายครั้งที่เขาดูเหมือนจะ recovery ตัวเองสำเร็จ

Tuesday, June 28, 2011 12.17 pm

เพลง ตัดสินใจ เวอร์ชั่น B5 ดังก้องอยู่ในหูฟังทั้งสองข้าง

http://www.youtube.com/watch?v=YeX8HSXqz4Y

ฉันนั่งแปลงานอยู่ที่ออฟฟิศ สลับหน้าจอบางครั้งมาที่ Write a Note ใน FB

พลางครุ่นคิดว่าจะเขียนอะไรต่อดี


"ฉันปล่อยมือจากเชือกและนั่งลงกับพื้นสะพาน

เชือกสั่นน้อยๆเมื่อถูกปลดปล่อยจากการเกาะกุม..."


ฉันคิดว่า หมอกบนสะพานนั้นไม่มีอยู่จริง

สะพานนั้นก็ไม่มีอยู่จริง

มันเหมือนเป็นการจำลองสภาวะเพ้อเจ้อฟุ้งซ่านของคนมากมาย

สิ่งที่เราต้องทำคือ กระชากตัวเองกลับมา



อย่าเก็บไว้

ขอให้เธออย่าเก็บไว้

มันจะทำร้ายเธอ

มันจะทำร้าย...

และในครั้งนี้ โปรดตัดสินใจ...


... ... ...


ฉันยังแปลงานไม่เสร็จ

ถึงเวลาที่ควรกลับไปทำต่อเสียที


-*-


และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้ฉันเป็นห่วง

ได้แต่หวังว่าเขาจะเปิดโหมด recovery แล้วเยียวยาตัวเองเสียที

แม้ว่ามันอาจเกิดขึ้นอีกซ้ำๆ แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ตัวเองแหลกสลายไป


... ... ...


แมวน่ารักนะ

อย่าลืมซะล่ะ


... ... ...


คุณเองก็เป็นแมว

เวลาคุณยิ้ม หน้าคุณเหมือนแมว

เวลาคุณเศร้า หน้าคุณเหมือนคนเศร้า

ชั้นว่า ...หน้าแมวน่ารักกว่านะ

หรือคุณคิดว่าไง?


ไม่มีความคิดเห็น: