Wednesday, June 8, 2011
ฉันกำเชือกไว้ในมือและมองไปข้างหน้า
ภาพที่เห็นคือสะพานแขวนซึ่งแกว่งแรงขึ้นทุกย่างก้าว ปลายสะพานอยู่ที่ไหนไม่ปรากฏ
หมอกขาวขุ่นเข้มอบอวล ไร้กลิ่นอันตราย ไร้ความรู้สึกเป็นมิตร
เชือกนี้ถูกส่งมาจากอีกฟากฝั่งซึ่งเป็นที่ไหนฉันเองก็ไม่รู้
อันที่จริงแล้ว ... ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ฉันมองลงไปเบื้องล่างและมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสีขาว
ฉันมองกลับหลังและพบว่าเชือกที่กำอยู่นี้หายไปกับหมอกขาวเช่นเดียวกับทางข้างหน้า
มันคือตรงกลาง ฉันรู้สึกมึนงง
ซ้ายหรือขวา? หน้าหรือหลัง?
ทางไหนดี?
ฉันปล่อยมือจากเชือกและนั่งลงกับพื้นสะพาน
เชือกสั่นน้อยๆเมื่อถูกปลดปล่อยจากการเกาะกุม...
Tuesday, June 28, 2011 10.20 am
เช้านี้ฉันตื่นขึ้นมาทั้งที่นาฬิกายังไม่ได้ปลุก
เมื่อคืน ฉันหลับไปพร้อมกับความรู้สึกชิงชัง เช้านี้จึงตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกย่ำแย่
ฉันเอื้อมมือไปหยิบมือถือที่วางอยู่ข้างหมอน ตัวเลขบนหน้าจอบอกว่ามันเพิ่ง 7 โมงเช้า
ทั้งที่ยังคงงัวเงียและยังลืมตาไม่เต็มที่ ฉันเช็ค notification ใน Facebook
มี note tag มาจากเพื่อนคนหนึ่ง
อ่านแค่ประโยคแรก ฉันก็เริ่มรู้สึกไม่ดี
มันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ฉันเคยรู้สึกราว 4 ปีก่อน ในวันที่ฉันกับเขาต่างนั่งอยู่ปลายสายของโทรศัพท์
ตอนนั้น ฉันพยายาม remind ให้เขานึกย้อนกลับไปว่าก่อนหน้านั้น เขาเคยมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขได้ยังไง
"ผมเป็นคนความจำสั้น ผมจำไม่ได้แล้ว"
บทสนทนายาวนานกินเวลาเป็นชั่วโมง แต่ในที่สุดเขาก็จำได้
น้ำเสียงเขาสดใสขึ้น เขาบอกว่า เขาจะพยายามทำให้ได้
การมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขและมีความหวังมันไม่ใช่เรื่องยาก
ปัญหาคือมันถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเกินไปนิด
แต่มันพังได้ฉันใด เราก็สร้างใหม่ได้ฉันนั้น
และไม่มีใครในโลกนี้สามารถทำให้เรามีความสุขได้ ความสุขมันเกิดมาจากในใจเราเอง
ทุกสิ่งภายนอกเป็นเพียงองค์ประกอบ
... ... ...
แล้วหลังจากนั้นอีกเป็นปี
หลังจากที่ฉันไม่ได้ข่าวคราวจากเขาเลย
ฉันก็มีโอกาสได้อ่านงานเขียนชิ้นหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกชาไปทั้งตัว
แน่นอน เขาเป็นคนเขียน
หลังจากนั้นเราได้คุยกันอีกครั้ง
เรื่องราวมากมายพรั่งพรูออกมาราวทำนบเขื่อนมลาย
เขาทำร้ายตัวเองอีกแล้ว
บาดแผลเริ่มสมานตัว
แต่มันทิ้งรอยลึกไว้ที่เขา
รอยนั้นมันอาจจางไป แต่มันไม่มีวันหายไป
... ... ...
ผมนั่งดูรูปในกล้อง
ในกล้องมีรูปแม่กำลังยิ้มอยู่
ในกล้องมีแมว
ผมมองรูปแมวที่บ้าน
แล้วรู้สึกว่าพวกมันช่างน่ารักเหลือเกิน
... ... ...
แล้วเขาก็รู้สึกขึ้นมาว่าเขาจะหายไปไหนไม่ได้
จะทอดทิ้งตัวเอง ทอดทิ้งทุกคนและทุกสิ่งที่มีค่ากับชีวิตเขาไม่ได้
หลังจากวิ่งอย่างไร้ทิศมานาน
เขาจะกลับไป
... ... ...
นี่เป็น 1 ในหลายครั้งที่เขาดูเหมือนจะ recovery ตัวเองสำเร็จ
Tuesday, June 28, 2011 12.17 pm
เพลง ตัดสินใจ เวอร์ชั่น B5 ดังก้องอยู่ในหูฟังทั้งสองข้าง
http://www.youtube.com/watch?v=YeX8HSXqz4Y
ฉันนั่งแปลงานอยู่ที่ออฟฟิศ สลับหน้าจอบางครั้งมาที่ Write a Note ใน FB
พลางครุ่นคิดว่าจะเขียนอะไรต่อดี
"ฉันปล่อยมือจากเชือกและนั่งลงกับพื้นสะพาน
เชือกสั่นน้อยๆเมื่อถูกปลดปล่อยจากการเกาะกุม..."
ฉันคิดว่า หมอกบนสะพานนั้นไม่มีอยู่จริง
สะพานนั้นก็ไม่มีอยู่จริง
มันเหมือนเป็นการจำลองสภาวะเพ้อเจ้อฟุ้งซ่านของคนมากมาย
สิ่งที่เราต้องทำคือ กระชากตัวเองกลับมา
อย่าเก็บไว้
ขอให้เธออย่าเก็บไว้
มันจะทำร้ายเธอ
มันจะทำร้าย...
และในครั้งนี้ โปรดตัดสินใจ...
... ... ...
ฉันยังแปลงานไม่เสร็จ
ถึงเวลาที่ควรกลับไปทำต่อเสียที
-*-
และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้ฉันเป็นห่วง
ได้แต่หวังว่าเขาจะเปิดโหมด recovery แล้วเยียวยาตัวเองเสียที
แม้ว่ามันอาจเกิดขึ้นอีกซ้ำๆ แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ตัวเองแหลกสลายไป
... ... ...
แมวน่ารักนะ
อย่าลืมซะล่ะ
... ... ...
คุณเองก็เป็นแมว
เวลาคุณยิ้ม หน้าคุณเหมือนแมว
เวลาคุณเศร้า หน้าคุณเหมือนคนเศร้า
ชั้นว่า ...หน้าแมวน่ารักกว่านะ
หรือคุณคิดว่าไง?