วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ดาราดวงสุดท้าย

เด็กน้อยเคยเฝ้ามองดาวตก
อธิษฐานให้มันเปล่งประกายบนฟากฟ้า
แม้เพียงชั่ววินาทีแห่งความวูบวาบเวิ้งว้างนั้น
เด็กน้อยจะเฝ้ามองและขอให้มันสาดแสงแห่งความฝัน

หากความฝันนั้นได้ตายจากโลกไปเสียนานแล้ว
และวันนี้ก็ไม่มีเด็กน้อยอีกต่อไป
เธอและเขาต่างเดินไปบนถนนของโลกเก่า
โลกที่คล้ายจะตายลงและเต็มไปด้วยเศษธุลีอันว่างเปล่า
ทุกผู้คนต่างพยายามไขว่คว้าที่จะไปให้ถึงประตูที่สุดทางฟ้า

โลกใบเก่าไม่เป็นทีต้องการอีกต่อไป
ลมหายใจผุพังลงอย่างช้าๆ
มือกำเข้าออก หัวใจบีบรัด
ขณะที่จมูกสูดเอากลิ่นไอแห่งความสิ้นหวังเข้าไปเต็มๆ

...ดาวตกไม่อาจจรัสแสงได้อีกแล้ว...

และดวงตาของพวกเขาต่างมืดบอด
แม้นประกายไฟเล็กๆพยายามคุโชติช่วงขึ้นเท่าใด
หากความอับเฉานั้นได้ดับมันลงเสียสิ้น

วีรบุรุษกลายเป็นเพียงตำนาน
ที่เล่าขานกันท่ามกลางเสียงหัวเราะอันแสนเศร้า

เด็กน้อยคนสุดท้ายนั่งอยู่ก้นหลุม
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีรอยยิ้ม
หากนาทีนี้ไม่มีผู้ใดสนใจความเป็นตายร้ายดีของเขาอีกแล้ว
เขาจึงนั่งสงบนิ่งอยู่ที่ก้นหลุม
และรอคอยให้ *
*
*
*
ตกลงมา...

1 ความคิดเห็น:

ชน ภัทร กล่าวว่า...

เรามัวแต่วิ่งไปข้างหน้าอย่างรีบเร่ง จนหลงลืมอะไรบางอย่าง ลืมไปว่าเมื่อตอนเด็ก สนามเด็กเล่นที่โรงเรียนมันกว้างใหญ่แค่ไหน ลืมฝันโง่ๆที่เราสร้างขึ้นยามเยาว์วัย ลืมความฝันวูบวาบที่เรารอคอย

ตอนนี้ทุกอย่างมันผุพังไปตามกาลเวลา แม้จะคิดถึงอาวรณ์มันเพียงใด มันก็เป็นแค่ภาพจางๆ ที่จะเลือนลางหายไปทุกเมื่อเมื่อเวลาหมุนผ่าน