หล่อนเปิดตู้เย็น
หยิบ ความจริง และ ความเสมือนจริง ขึ้นมาวางบนโต๊ะ
เป็นเวลานานพอสมควรที่หล่อนแช่แข็งสองสิ่งนี้ไว้ในช่องฟรีซ
ตอนนี้หล่อนต้องละลายน้ำแข็งที่เกาะอยู่บนพื้นผิว
มันไม่ง่ายนักกับการยอมให้การยืดเวลาสิ้นสุดลง
หล่อนหยิบมีดออกมาจากฝัก
ใช้ฝักมีดกระเทาะน้ำแข็งซึ่งบัดนี้เริ่มละลายตัวเอง
เวลาที่ถูกแช่แข็งไว้เริ่มเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง
หล่อนค่อยๆปอกเปลือกความจริงด้วยความหวาดหวั่น
กลัวเหลือเกินว่าเมื่อถึงที่สุดแล้ว
สิ่งที่อยู่ลึกที่สุดคือความเข้าใจผิดของหล่อนเอง
...ความจริงที่ไม่จริง...
หล่อนปอกอย่างไม่หยุดหย่อน
และพักมีดเมื่อปอกความจริงไปได้ครึ่งหนึ่ง
พบว่าเลือดแดงฉานเริ่มไหลออกมาจากความจริง
ด้วยความตกใจ หล่อนทำมีดหลุดมือ
มีดปักลงที่เท้าขวาซึ่งเป็นเท้าที่หล่อนใช้เริ่มออกเดินเสมอ
เลือดไหลออกมาจากเท้า แต่หล่อนไม่สนใจ
หล่อนเขยกไปที่อ่างล้านจาน
แล้วแช่ความจริงไว้ในกะละมังที่มีน้ำอยู่เต็ม
หล่อนเริ่มรู้สึกปวดที่เท้าขวาหนึบๆ
แต่หล่อนพยายามเพิกเฉย
หล่อนผินสายตากลับไปมอง
ควมเสมือนจริงกำลังรออยู่บนโต๊ะ
หล่อนจึงเขยกกลับไปช้าๆ
ก้มลงหยิบมีดที่พื้น มองความเสมือนจริงอย่างชั่งใจ
ก่อนจะค่อยๆจรดคมมีดลง
...ด้วยความไหวหวั่น...
ทันทีที่คมมีดชำแรกผ่านเนื้อความเสมือนจริงเข้าไป
เหมือนมีเข็มปลายแหลมที่ลนไฟมาแล้วอย่างดีแทงเข้ามาที่หัวใจ
หล่อนทรุดลงกับพื้น
ความเสมือนจริงยังเย็นฉ่ำอยู่ในมือ
คือความกลัวที่แล่นปราดเข้ามา
หล่อนกลัวว่าเมื่อปอกความเสมือนจริงมากเท่าไหร่
หล่อนจะสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสิ่งที่เคยเชื่อมาตลอดมากขึ้นเท่านั้น
และหากทุกอย่างกลับตาลปัตร
ไม่มีสิ่งใดเป็นอย่างที่เคยเป็น
...
หล่อนจะจัดการกับความรวดร้าวในใจอย่างไรดี
...
มันคงสายไปแล้ว
ตั้งแต่หล่อนหยิบความจริงและความเสมือนจริงออกมาจากตู้เย็น
เวลาที่ถูกหยุดไว้ ณ บัดนี้มันเริ่มเดินอีกครั้ง
หล่อนไม่รู้ว่า
นี่เป็นการปล่อยให้เวลาเดินไปข้างหน้า หรือเป็นการนับเวลาถอยหลังกันแน่
...
หล่อนคว้าความจริงจากกะละมัง
อีกมือหนึ่งยังถือความเสมือนจริงเอาไว้แน่น
เปิดตู้เย็นแล้วปาพวกมันเข้าช่องฟรีซเหมือนเดิม
ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่า
...
ไม่ทันแล้ว