วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

คนสองคนบนโลกกว้างใหญ่




กลางดึกคืนหนึ่งคืนไหน

เธอกับฉัน-มุ่งตรงสู่ทะเล
















รถคันเล็ก กับ คนธรรมดาสองคนบนโลกใบใหญ่


















เธอกับฉัน-ฝ่าความมืดกันไป
จับมืออุ่นไอ
เธอกับฉัน-สบตากัน-ในโลกกว้างใหญ่




















เสียงคลื่นซัดสาด
จันทร์สลัว
ทรายละเอียดละเลียดลื่น
ดาวกระพริบริบหรี่





















เธอกับฉัน-โอบกอดกัน
คนธรรมดาสองคน
เธอกับฉัน-ฟังเสียงหัวใจเต้นดัง





เราจูบกันในความมืดมิด
ตกหลุมรัก-ครั้งแล้ว...ครั้งเล่า
ดุจดังครั้งแรกที่พบเจอ





เราจูบกัน-กาลเวลาหยุดนิ่ง
คนสองคนบนโลกใบใหญ่









รู้สึกไหม?





ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว





รู้สึกไหม?





สบตากันแล้วหวั่นไหว





รู้สึกไหม?



















...หลงรักหลอมละลาย...




















เราจูบกันในความมืดมิด
ตกหลุมรัก-ครั้งแล้ว...ครั้งเล่า
เธอกับฉัน















...คนสองคนบนโลกกว้างใหญ่...









































-ไม่ต้องการใครอีกแล้ว-

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

หลุมดำ

กระโจนลงไปในหุบเหวไร้ก้น

ไม่มีจุดเริ่มต้น - ไร้จุดสิ้นสุด

ลอยละลิ่วกลางอากาศ







-ช่วงเวลาที่ทุกสิ่งหยุดนิ่ง-







ลืมเลือนแม้กระทั่งลมหายใจ







...ไร้อดีต - ปราศจากอนาคต...






หัวสมองว่างโล่ง
ลมหายใจว่างเปล่า
หลุดพ้นจากความคิดคำนึง
ปลดปล่อยพันธนาการแห่งผิดชอบชั่วดี
แหวกว่ายอยู่ในธาราแห่งผัสสะ







ว่างเปล่า









นาทีที่ ความจริง-ความลวง หลอมเป็นหนึ่งเดียว

ไม่มี ...เรา-ความรัก... ไม่มี
ไม่มี ...ความผูกพัน-ความทรงจำ... ไม่มี
ไม่มีอะไร ...คงอยู่-คงเหลือ... ไม่มี

บดขยี้ ความจริง-ความลวง ให้แหลกไปเสียสิ้น







หุบเหวไร้ก้น

อันตราย-ดึงดูด-ท้าทาย

กระโจนลงไป










...ลืมเลือนแม้กระทั่งลมหายใจ...

เงา

เงา

ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไม่ต่างอะไรกับเงา

เพราะเมื่อดวงอาทิตย์สาดส่อง

กระทบเงาเสี้ยววินาที

ความจริงกระจ่างชัดขึ้น

เงา




...




พลันสูญสลาย





...





อยู่ได้ในความมืด




...




เงา

แสนเศร้า




เจ้าเงาตัวร้าย

กลืนกายในความมืด




...




รอคอย




...




ช่วงเวลาที่อาทิตย์อับแสง

เวลาที่อาทิตย์อ่อนแรง

เงาจะปรากฎกาย





ยึดครองร่าง





อย่างเริงร่า






...






เจ้าเงาตัวร้าย

ยิ้มหวาน

แม้รู้ว่านั่นยังไม่พอ





อ่อนแรง

เหนื่อย





...





มากมายเพียงใด





...




เงา

ก็ยังเป็นได้แค่เงา





...


...


...





ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไม่ต่างอะไรกับเงา

เพราะเมื่อดวงอาทิตย์สาดส่อง

กระทบเงาเสี้ยววินาที

ความจริงกระจ่างชัดขึ้น

เงา




...











พลันสูญสลาย

เพราะหิมะไม่ตกในเมืองไทย

หิมะไม่ตกในเมืองไทย



...



กันยายนเป็นเดือนแห่งฝน
สายลมมักจะมีกลิ่นไอฝน
ท้องฟ้ามีเมฆมาก
อีกไม่นานจะเข้าหน้าหนาว
แต่เมืองไทย ต่อให้หนาวแค่ไหน หิมะก็ไม่ตก
แต่ที่แน่ๆคือแดดหน้าหนาวสวยมาก



...



คุณเชื่อในเรื่องบังเอิญไหม?



...



กันยายน 2552
ฝนตกวันเว้นวัน



...



ใกล้จะเข้าหน้าหนาวแล้ว
แต่ต่อให้หนาวแค่ไหน หิมะก็ไม่ตกในเมืองไทย



...



ลมฝนฤดูนี้เย็นไม่ใช่ย่อย
ฟ้าร้องโครมคราม
มันรู้สึกดีขึ้นมากตอนที่มีคนเป็นห่วง
ความกลัวลดน้อยลงไปเยอะ



...



หิมะไม่ตกในเมืองไทย



...



กงล้อแห่งโชคชะตาล่ะ?



...



หิมะจะตกหรือไม่ตกก็ช่างหัวหิมะมันเหอะ
รอดูแดดสวยๆในหนาวนี้กันดีกว่า
ไม่ว่าจะหนาวนี้หรือหนาวหน้า เชื่อได้ว่าแดดสวยทุกหนาว
รอดูแดดสวยๆ
แล้วอุ่นลมหนาวด้วยกันนะ



...



จุดตัดของเวลา?



...



อีกไม่กี่เดือนก็จะสิ้นปี
ลมหนาวตอนสิ้นปีคงอุ่นมาก





.

.

.





เพราะหิมะไม่ตกในเมืองไทยไงล่ะ



ระบำหิ่งห้อย

เมืองใหญ่

สายฝนโปรยปราย

หิ่งห้อย

หยุดปีกหลบฝน

ท่ามกลางกระแสเวลา

หยุดปีกจ้องมองแสงสีทอง

หลังจากอาบละอองน้ำเย็นฉ่ำ

หลังจากโบยบินในโลกจำลอง


...


ก่อนที่ฝนจะหยุด

เพียงความอบอุ่นวาบเดียวจากแสงจันทร์


...


ก่อนที่ฝนจะหยุด

เพียงสัมผัสความอาวรณ์ของต้นหญ้า


...



ก่อนที่ฝนจะหยุด

เพียงรู้ว่าแสงเล็กๆของมันมีค่าพอจะทิ้งร่องรอยไว้ในความทรงจำของโลกจำลอง


...


ก่อนที่ฝนจะหยุด

คนๆหนึ่งจะรับรู้ว่าความปรารถนาในการเก็บเวลานั้นรุนแรงและลึกซึ้งเพียงใด



...



ก่อนที่ฝนจะหยุด

และโลกจำลองจะแตกสลาย


ความสุขเป็นยังไง

หวานวาบและกำซาบแค่ไหน



...


ถ้าภาวะว่างเปล่าทำให้เราไปสู่จุดๆหนึ่งได้

ก็อยากจะโลดแล่นไปในแสงสีจัดจ้านนี้

เต้นรำ - ไร้สติ



...




รับรู้เพียงแค่ชีวิตหยุดอยู่กับนาทีนี้

นาทีต่อไปจะเป็นอย่างไร

จะบินสะเปะสะปะไปทิศไหน




.
.
.



หิ่งห้อยไม่รู้อะไรทั้งนั้น

หมุนรอบดวงดาว

ฉันยิ้มให้เธอ
เธอยิ้มให้ฉัน

ฉันคุยกับเธอ
เธอคุยกับฉัน

ต่างมุมมองกัน
ต่างผ่านคืนและวัน


ขณะนั้น สิ่งที่เรียกว่า เวลา ค่อยๆหมุนไป



เราต่างเดินทางมาไกล


...


ฉันยิ้มให้เธอ
เธอคุยกับฉัน

ร่วมผ่านคืนและวัน
เช้า-สาย-บ่าย-ค่ำ
เสพย์ความรู้สึกในถ้อยคำ
ละเลียดความไหวหวั่น



นาทีที่เราหมุนรอบดวงดาว
ฉัน-เธอ
ณ ใจกลางโลก



ผืนดิน แผ่นฟ้า
ไกล-ใกล้
ไร้จุดเริ่มต้น
ขนานกันไร้จุดจบ



เวลาหมุนไป
ต่อให้โลกแหลกสลาย
เวลาคือสิ่งเดียวที่เป็นนิรันดร์



ผืนดิน แผ่นฟ้า
ไกล-ใกล้
เวลายังคงเป็นนิรันดร์




...



ด้วยความยินดีและขอบคุณ

อยากให้โลกเอียงแบบนี้ไปเรื่อยๆ

เส้นแบ่งของความฝันกับความจริง
มันชัดเจนขึ้นตอนที่ความเอียงของโลกมันกลับมาอยู่ในระนาบเดิม
ความรู้สึกหวิวๆยังทำให้หัวสมองมึนตื้อ


ถ้าจะบอกว่าอยากจะมึนๆอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆจะฟังดูแปลกไหม?


...อยากให้โลกมันเอียงแบบนี้ไปเรื่อยๆ...



มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะลอยละล่องอยู่บนไวกิ้งไปตลอดชีวิต
แต่ช่วงเวลาที่เวลาหยุด - และเราลืมเลือนทุกสิ่ง




มันเป็นความสุขจนแทบจะร้องไห้
จนแทบจะไม่อยากกลับมาอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง





ท่ามกลางแสงสีแดงอันพร่างพราย
ความรู้สึกเหมือนฝันที่กำลังโอบกอดเราอยู่





จะบ้ามากมั้ยที่จะยินยอมอยู่บนไวกิ้งไปตลอดชีวิตจริงๆ


...
แม้สุดท้ายจะมีแค่เราบนเรือลำนี้ก็ตาม

กาลครั้งหนึ่ง...โลกเอียง

ครั้งล่าสุดที่ไปสวนสนุกก็หลายปีมากแล้ว
เครื่องเล่นชิ้นโปรดในสวนสนุกของฉันคือ ไวกิ้ง และ รถไฟเหาะตีลังกา
ฉันชอบความรู้สึกหยุดค้างกลางอากาศ ก่อนจะทิ้งดิ่งลงมา





สายลมที่ปะทะใบหน้า
โลกในอีกมุมมองนึง
รู้สึกหวิวๆในช่องท้อง
ความรู้สึกปลดปล่อย สมองโล่ง และไม่ต้องคิดอะไรในชั่วขณะนั้น







เป็นความรู้สึกวิเศษที่พอจะเทียบเท่ากับวินาทีแรกที่กินไอติม
วินาทีแรกที่เนื้อตัวเย็นๆสัมผัสกับผ้าขนหนูอุ่นๆ
วินาทีแรกที่สูดเอาอากาศเข้าไปเต็มปอดหลังจากที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ














มันเป็นความรู้สึกสดชื่น
และรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสวยงาม
มันทำให้ใจหวิว
และก็ทำให้เรื่องอื่นใดไม่สำคัญอีกต่อไป











เป็นช่วงเวลาที่เราพร้อมจะลืมเลือนทุกอย่าง
ลืมไปหมดว่าเราเป็นใคร
ลืมไปหมดว่าสิ่งที่เราต้องทำคืออะไร
นาทีนั้นเหตุผลและความจริงถูกเรือไวกิ้งเหวี่ยงออกไปยังปลายฟ้า
คงเหลือแต่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ลืมเลือนทุกอย่างในโลก
คือตัวฉัน...ที่ตอนนี้ไม่อยากสนใจอะไรอีกต่อไป










เพียงแค่อยากจะดื่มด่ำความรู้สึกในโมงยามที่โลกเอียง
...เสี้ยววินาทีสั้นๆนี้...
...ก่อนที่มันจะผ่านพ้นไป...
ฉันขอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง
คนที่อยากจะโอบกอดโลกเอียงๆใบนี้ไว้
...อย่างสัตย์ซื่อต่อหัวใจตนเองที่สุด...