วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2552

Raining Night

มันไม่เกี่ยวกับโชคชะตา
และไม่เกี่ยวกับพรหมลิขิต
และมันไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งนั้น





...ที่ขณะนี้...





เธอกำลังเดินอยู่ท่ามกลางสายฝน
สายฝนที่โปรยปรายลงมาบางเบา
บางเบาเท่ากับความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ของเธอในขณะนี้






เธอเดินเรื่อยเปื่อยไปตามถนน
มุ่งหน้ากลับบ้าน
ความเครียดจากการงานดูจะสลายไปบ้างเมื่อพบกับความมืดที่อวลกลิ่นประหลาดมากับสายฝน






เธอเงยหน้ามองละอองฝนที่ตกกระทบกับแสงไฟริมทาง
ราวกับหิ่งห้อยพันล้านตัวกำลังเริงระบำกันอย่างเงียบเหงา
เงียบเหงาและเงียบเชียบ






ภาพของละอองน้ำสีทองส่องประกายกลางความมืดในค่ำคืนนี้สะกดให้เธอหยุดนิ่งอยู่กับที่






...งดงามและแสนเศร้า...






ร่มคันน้อยพลันหลุดมือปลิดปลิวไปกับสายลม
หากเธอไม่สนใจที่จะเก็บ

ร่มนั้นลอยไปและหยุดนิ่งอยู่ที่ปลายเท้าของชายผู้หนึ่ง
หล่อเหลาราวกับเทพบุตรในนิยาย

มันคงเป็นเหมือนดังละครหากเขาจะหยิบร่มคันนั้นขึ้นมา
ก่อนที่จะเงยหน้ามองเห็นหญิงสาวตรงหน้า และประทับใจในความเปล่าดายของเธอ

หากเขากลับเดินผ่านไป
และละครองก์หนึ่งองก์ใดก็ไม่เคยเกิดขึ้น







หญิงสาวยังคงไม่รู้สึกตัว
เธอยังคงยืนมองละอองทองนั้น
และยิ้มให้กับความเงียบในค่ำคืนนี้
ยิ้มให้กับความโรแมนติค...ที่เกิดขึ้นภายในหัวใจของเธอ
อันแสนจะเพ้อเจ้อและไร้สาระ






หากเมื่อหิ่งห้อยน้อยนั้นตกกระทบลงบนใบหน้า
ทิ้งความเย็นไว้อย่างแผ่วเบา
หญิงสาวก็หลับตาดื่มด่ำ
...ดื่มด่ำอย่างเหลือแสน...
ก่อนจะลืมตาและเดินไปเก็บร่ม
ทิ้งถนนสีทองไว้เบื้องหลัง




...




ความรักของเธอคล้ายไม่เคยเกิดขึ้น
หากมันมีอยู่จริง
และติดตรึงเนิ่นนานนัก

เป็นความรักลึกซึ้งซึ่งเธอมีไว้กับชายคนหนึ่ง
คล้ายเป็นดังกาลเวลาที่ผ่านเลย ผนึกไว้ภายใต้ความทรงจำ






...






คืนนี้
เมื่อเธอแลเห็นประกายทองละล่องบนท้องฟ้า
ท่ามกลางถนนอันเหว่ว้า

เธอก็รู้ว่า
ความรักของเธอนั้นมีชีวิตเป็นอมตะ
ตราบจนสิ้นกาล

เป็นความอิ่มหวาน
ที่มอบไว้ให้กับเขา ..ชายแปลกหน้าในคืนวันจันทร์กระจ่างฟ้า
ผู้บังเอิญผ่านเพียงพบ
และเขาไม่เคยไม่รับรู้การมีอยู่ของเธอ
...หญิงสาวแปลกหน้า...







หากวินาทีนั้น ...ละครองก์แรกและองก์เดียว ...ได้เกิดขึ้นแล้ว









...ไม่เคยลบเลือน...

ไม่มีความคิดเห็น: